เคล็ดวิธีการเลือกผ้าม่านในแต่ละห้อง

มีบ้านมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่แล้ว แต่เอ๊ะ คิดไหมว่าเราขาดอะไร สิ่งที่เรานั้นขาดก็คือผ้าม่านนั้นเอง จริงๆแล้วทุกๆบ้านนั้นก็ต้องมีผ้าม่าน คงไม่มีบ้านหลังไหนที่จะขาดผ้าม่านได้หรอก ซึ่งผ้าม่านก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนส่วนมากจะนิยมมาแต่งบ้านนั้น ซึ่งผ้าม่าน จะมีหลายแบบ หลายสี ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของบ้านอยากได้สไตล์ไหน จะเป็นแบบโมเดิร์นหน่อย หรือจะออกแนวคลุมโทน เช่น สีเขียว สีฟ้า เป็นต้น

แต่ไม่ใช่หมายความว่า ซื้อผ้าม่านมาแล้ว จะสามารถใช้ได้กับทุกห้องนะคะ ซึ่งแต่ล่ะห้องนั้นก็ต้องเลือกผ้าม่านแต่ละชนิดใหม่หรือสีใหม่ ขึ้นอยู่กับว่าห้องตรงนั้นจะลักษณะเป็นแบบไหน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก เป็นต้น ต้องดูว่าห้องตรงนั้นสำคัญขนาดไหน แสงแดดเข้าตรงไหน ห้องนั้นร้อนเกินไปรึเปล่า เป็นต้น

บทความนี้จะมาเสนอการเลือกซื้อผ้าม่านเพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานสำหรับในห้องต่างๆ  ให้ได้รู้กันค่ะ รวมไปถึงการปรับห้องให้สวยนั้นเอง และให้เข้ากับยุคสมัยดีกว่า

สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • ผ้าม่านกรองแสง : ผ้าม่านในลักษณะนี้ จะมีลักษณะเป็นผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบาเพื่อให้แสงผ่านตามลายผ้าม่าน เมื่อเห็นแล้วจึงทำให้รู้สึกสบายตานั้นเอง
    ข้อเสีย  – ผ้าม่านที่สามารถให้แสงผ่านได้อาจจะเป็นที่เก็บฝุ่นละอองชั้นดีเพราะฉะนั้นควรหมั่นทำความสะอาดผ้าม่านอย่าง 3 เดือนครั้ง
  • ผ้าม่านกันแสง : ผ้าม่านแบบนี้จะ มีความทึบแสง นั่นหมายถึงแสงนั้นสามารถผ่านได้น้อยมาก อาจเป็นเพราะเนื้อผ้าหรืออาจมีผ้าหลายชั้น มีน้ำหนักมากจึงทำให้ต้องมีรางม่านหรืออุปกรณ์ประกอบ หากใช้คู่กับผ้าม่านกรองแสงควรเป็นสีในโทนเดียวกันแต่เลือกให้มีสีที่เข้มกว่านั้นเอง
    ข้อเสีย – ผ้าม่านชนิดนี้จะไม่สามารถทำความสะอาดได้บ่อยมาก

ห้องนอน

  • ช่วยในการบังแดด เก็บเสียงและสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่เจ้าของห้อง
  • ควรเป็นผ้าม่านที่มีสีเข้มเพื่อป้องกันแสงแดดจากตอนบ่ายๆ
  • ควรเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้รู้สึกสบายตา และที่สำคัญคือสามารถทำให้ห้องดูกว้างขึ้นได้อีกด้วย

ห้องทำงาน

  • เลือกผ้าม่านในห้องทำงานนี้คือการควบคุมแสงจากภายนอกเข้ามาในห้องในระดับที่พอดี
  • ควรเป็นลักษณะของม่านปรับแสงหรือมู่ลี่ เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามความต้องการ
  • เน้นสีที่ต้องมีความกลมกลืนกับสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ เฉพาะสีสว่างๆ หรือสีอ่อน และเพื่อให้รู้สึกสบายๆ ไม่อึดอัดในเวลาทำงาน สามารเลือกสีที่ชอบได้ แต่แนะนำให้ลดระดับความเข้มลงมา เช่น หากชอบสีน้ำเงินก็ให้ใช้สีฟ้า หรือถ้าชอบสีน้ำตาล ก็ให้เลือกใช้สีครีมแทน เป็นต้น

ห้องรับแขก

  • ผ้าม่านเน้นการตกแต่งห้องเพื่อให้ดูสวยงามขึ้น ทั้งยังสามารถช่วยกันแสงและกรองแสงได้ระดับหนึ่งเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว ให้แก่เจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือนได้อีกด้วย
  • สำหรับในห้องรับแขกนี้สามารถเลือกแบบได้ตามใจชอบ ขอให้สวยงามเป็นพอ อาจจะเป็นผ้าม่านหลุยส์ ผ้าม่าน 2 ชั้น หรือมู่ลี่ไม้ก็สวยไปอีกแบบ เป็นต้น
  • สีที่จะเลือกใช้ในห้องนี้ ขอแค่ดูความลงตัวของโทนสีในห้องเป็นหลัก

ห้องครัว

  • ในส่วนของห้องครัว ในเรื่องของการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วนมากกว่า สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าว
  • ห้องครัวนี้ไม่แนะนำผ้าม่าน แต่แนะนำให้ใช้แบบมู่ลี่ เพราะสามารถปรับระดับแสงในระดับที่ต้องการ ที่สำคัญทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าม่าน
  • สีควรเน้นกลางๆ ในโทนสีร้อน แต่ไม่สดหรือเข้มจนเกินไปเพื่อให้คนทำอาหารรู้สึกสบายตาเวลาทำอาหารแต่สามารถกระตุ้นความอยากอาหารได้เช่นกัน เช่น สีครีม สีส้มอ่อน เป็นต้น

ห้องน้ำ

  • สร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งาน รวมไปถึงสร้างความสวยงามและสบายตาได้ ทำให้น่าเข้าไปทำภารกิจส่วนตัว
  • แบบผ้าม่านที่เหมาะสมแนะนำเป็น มู่ลี่ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด รวมไปถึงหากโดนละอองน้ำหรือเปียก ก็สามารถดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับอีกด้วย แต่ถ้าเป็นผ้าม่านไม่รอด
  • ควรเป็นสีโทนเย็นเพื่อความสบายตา

ห้องทานอาหาร

  • สร้างบรรยากาศและความหรูให้แก่มื้ออาหาร ให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้
  • ในห้องนี้สามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน แต่ถ้าเป็นผ้าม่านขอเป็นแบบกรองแสง และอย่าทึบจนเกินไป เพราะหากเป็นผ้าแบบหนา กลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย จึงไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามากในห้องนี้
  • ควรเน้นสีสดๆ เป็นหลัก เช่น เขียว แดง เหลือง ส้ม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร แต่อย่าลืมดูความเหมาะสมและโทนสีของห้องด้วยคะ

จากในบทความนี้ได้แนะนำการเลือกใช้สีของผ้าม่าน หรือแม้แต่มู่ลี่ หรือม่านปรับแสง เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ลองเลือกและเอาไปปรับใช้ในบ้านของเราได้ หวังว่าในบทความนี้จะมีประโยชน์และสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้   dhomeinterior.com/
 

 

Leave a Reply